โควิด: ทั่วโลกตายเกิน3แสน ติดเชื้อ4.5ล้านคน ผุดที่ค่ายโรฮิงยาแล้ว

Facebooktwitterredditpinterestlinkedinmail

โควิด: ทั่วโลกตายเกิน3แสน– เมื่อ 15 พ.ค. ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ทั่วโลก สูงเกิน 3 แสนรายแล้ว เมื่อวันที่ 14 พ.ค. จากการสำรวจและเก็บข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ สหรัฐอเมริกา ส่วนยอดสะสมผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา เพิ่มขึ้นมากกว่า 4.5 ล้านคน ในจำนวนนี้รักษาหายแล้ว 1.6 ล้านคน

นิวยอร์กสั่งจับตา เด็กๆ ป่วย

สำหรับผู้เสียชีวิตดังกล่าว 1 ใน 4 เป็นคนในสหรัฐอเมริกา มียอดแล้วมากกว่า 84,000 ราย หลังอัตราการตายเพิ่มขึ้นมากในเดือนเมษายน คนตายวันละ 1,500 ราย เมื่อคำนวณและประเมินสถานการณ์แล้ว คาดว่า เดือนสิงหาคม จะมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในสหรัฐ 147,000 ราย

ด้านบีบีซี รายงานสถานการณ์ที่น่าวิตกเพิ่มเติม ว่าพบผู้ป่วยโควิด 2 รายแรกแล้วที่ค่ายโรฮิงยา ค่ายผู้อพยพลี้ภัยใหญ่ที่สุดในโลก บริเวณพรมแดนบังกลาเทศ ที่เมืองค็อกบาซาร์

ชาวโรฮิงยาในค่ายผู้อพยพเมืองค็อกซ์ บาซาร์ / Rohingya refugees gather to mark the second anniversary of the exodus at the Kutupalong camp in Cox’s Bazar, Bangladesh, August 25, 2019. REUTERS/Rafiqur Rahman/File Photo

ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีวี่แววยุติ สะท้อนว่าโลกยังไม่อาจจะคุมไวรัสตัวนี้ได้แต่รัฐบาลหลายประเทศเริ่มปลดล็อกดาวน์แล้ว รวมถึงสหรัฐ

นอกจากนี้ ดร.ไมก์ ไรอัน ผู้อำนวยการโครงการสาธารณสุขฉุกเฉิน องค์การอนามัยโลก (WHO) ยังแถลงเตือนว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่ก่อให้เกิดโรคโควิด-19 อาจไม่หายไปจากโลก ต่อให้มีวัคซีนแล้วก็ตาม

วันเดียวกัน องค์การยาแห่งสหภาพยุโรป (EMA) กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เผยว่าอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี จนกว่าวัคซีนโรคโควิด-19 จะพร้อมใช้งาน

“เป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์เวลาในการพัฒนาวัคซีนล่วงหน้า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา องค์การยาแห่งสหภาพยุโรปประเมินว่าอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี ก่อนที่วัคซีนต้านโรคโควิด-19 จะพร้อมอนุมัติ และมีปริมาณเพียงพอสำหรับใช้ในวงกว้าง” EMA ระบุ

องค์การหารือกับผู้พัฒนาวัคซีน 33 ชนิดที่อาจมีคุณสมบัติในการรักษาโรคโควิด-19 และหารือกับผู้พัฒนาวิธีการที่อาจรักษาโรคโควิด-19 ได้ประมาณ 115 วิธี

ทั้งนี้ ตัวอย่างวิธีการรักษาที่มีความเป็นไปได้ และกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบประสิทธิภาพทางคลินิก ได้แก่การใช้ยาโลพินาเวียร์/ริโทนาเวียร์ (lopinavir/ritonavir) ขณะนี้ใช้เป็นยาต้านเอชไอวี (HIV) , ยาคลอโรควิน (chloroquine) และไฮดรอกซีคลอโรควิน (hydroxychloroquine) ที่ใช้รักษาโรคมาลาเรียและโรคภูมิคุ้มกันต้านตนเองบางชนิด

แหล่งที่มา : ข่าวสด

Facebooktwitterredditpinterestlinkedinmail

About เจมส์ แอดมินเว็บ

View all posts by เจมส์ แอดมินเว็บ →

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *