สาวขนดกมีเครา คิดว่าชีวิตนี้คงไร้คู่ แต่ได้พบรักชายบูชาซาตาน วิวาห์หวานชื่น

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail

สาวอเมริกันขนดกทั้งตัวและมีหนวดเครา เพราะปัญหาสุขภาพ คิดว่าชีวิตนี้คงไร้คู่ แต่ก็ได้พบรักกับหนุ่มใหญ่ใจดีที่บูชาซาตาน แม้แตกต่างแต่เข้ากันได้ดี รักกันมาก และแต่งงานกันในที่สุด 

สาวขนดกมีเครา

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Little Bear Bradick
       ลิตเติ้ล แบร์ ชวาร์ซ คือหญิงสาวชาวอเมริกัน วัย 36 ปี ผู้เคยผ่านจุดที่เกลียดความเป็นตัวเองและไร้ซึ่งความมั่นใจอย่างที่สุดมาแล้ว เธอค้นพบว่าตัวเองล้มป่วยด้วยภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome) มาตั้งแต่ตอนอายุ 14 ปี กลุ่มอาการนี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเธอหลายอย่าง ทั้งในเรื่องการเจริญพันธุ์ การตกไข่ รวมไปถึงรูปร่างหน้าตา อาการนี้ทำให้เธอน้ำหนักตัวพุ่งพรวดจนมีรูปร่างอวบใหญ่ และที่แย่ที่สุดก็คือการมีฮอร์โมนเพศชายมาก มีขนขึ้นดกหนาทั่วร่างกาย
       ลิตเติ้ล แบร์ ประสบปัญหาขนดกทั่วร่างกายมาตั้งแต่ตอนอายุ 14 ปี ไม่เฉพาะแค่ขนแขนหรือขนขา แต่ยังรวมไปถึงขนหน้าอกและหนวดเคราบนใบหน้า และด้วยเหตุนี้ ลิตเติ้ล แบร์ จึงเจ็บปวดกับสิ่งที่ตัวเองเป็น และเคยคิดว่าชีวิตนี้คงไม่มีทางได้พบเจอกับความรักเหมือนกับคนอื่น ๆ 

       ทว่าในวันหนึ่ง โลกของเธอก็เปลี่ยนไปเมื่อผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในชีวิต และทำให้เธอได้รู้จักกับความรักอย่างแท้จริง 

       เรื่องราวชีวิตของ ลิตเติ้ล แบร์ ถูกหยิบยกมารายงานโดยเว็บไซต์เมโทร เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2562 โดยตอนแรกหญิงสาวคนนี้มีชื่อว่า เรเน่ ชวาร์ซ แต่เธอได้เปลี่ยนจากเรเน่ มาเป็น ลิตเติ้ล แบร์ เมื่อตอนที่เธออายุ 31 ปี ชีวิตของเธอในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งมันไม่ได้ง่ายดายเท่าไหร่นัก ปกติแล้วผู้หญิงทั่วไปอาจมีหนวดเป็นไรบาง ๆ เหนือริมฝีปากเป็นเรื่องปกติ แต่หนวดของลิตเติ้ล แบร์ ดกดำครึ้มเป็นพุ่มเหมือนกับผู้ชายดี ๆ นี่เอง เธอจึงต้องโกนอยู่เป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่ตอนอายุ 14 ปี ซึ่งการโกนหนวดก็ทำให้ผิวของเธออักเสบ และเธอก็ต้องแต่งหน้าเพื่อกลบรอยสิวรอยผื่นพวกนี้ด้วยเช่นกัน 

       หลายปีก่อน ลิตเติ้ล แบร์ คบหาดูใจอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง และได้ย้ายที่อยู่จากบ้านของตัวเองในรัฐฟลอริดา ไปอยู่กับเขาที่เมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน ในปี 2556 เธอได้งานทำที่คณะละครเวทีท้องถิ่น มันเป็นงานที่เธอรักมาก และทำให้เธอมีความสุข 

       นอกจากนี้แล้ว ลิตเติ้ล แบร์ ก็มั่นใจในตัวเองมากขึ้น เพราะสังคมใหม่ ๆ ที่เปิดกว้างที่นี่ จากเดิมเธอกำจัดขนตัวเองเป็นปกติ โดยเฉพาะหนวดเคราบนใบหน้า แต่ก็ตัดสินใจปล่อยให้ดกดำตามธรรมชาติ ไม่โกนอีกต่อไป เธอมองโลกในแง่ดีมากขึ้นและรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น ปล่อยไปตามธรรมชาติของมัน 

       ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอหลังจากนั้นคือความเจ็บปวด เพราะแม้ว่าเธอจะแฮปปี้กับงาน อีกทั้งเริ่มแฮปปี้กับตัวเอง แต่ความรักของเธอมันสวนทางกัน ความสัมพันธ์ของเธอกับแฟนหนุ่มย่ำแย่ และเขาก็เลิกกับเธอไป ซึ่งนับตั้งแต่เลิกรากับแฟนหนุ่ม ลิตเติ้ล แบร์ ก็กลายเป็นคนหวาดกลัวความรัก และคิดว่าชีวิตนี้เธอคงจะไม่ได้พบรักกับผู้ชายที่ไหนอีก 

       ลิตเติ้ล แบร์ กล่าวว่า มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหาคนที่รักเธอในสิ่งที่เธอเป็นจริง ๆ ผู้ชายที่ยอมรับในหนวดเคราและขนหน้าอกของเธอได้ และภูมิใจที่จะคบกับเธออย่างเปิดเผย โดยไม่กังวลคำพูดของคนอื่น นอกจากนี้แล้ว ลิตเติ้ล แบร์ ก็ทราบดีว่าผู้หญิงมีหนวดเคราแบบเธอเป็นที่นิยมของคนบางกลุ่ม แต่แค่ในเรื่องเซ็กส์เท่านั้น ซึ่งเธออยากได้ใครสักคนที่ชอบเธอจริง ๆ ไม่ใช่แค่ในฐานะวัตถุทางเพศ 

สาวขนดกมีเครา

       ภาพจาก เฟซบุ๊ก Tobias Bradick
       ในปี 2557 ลิตเติ้ล แบร์ ได้เข้าไปเป็นสมาชิกกลุ่มเดตออนไลน์สำหรับคนต้องการความสัมพันธ์แบบเปิดในเฟซบุ๊ก แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมันมากมายนัก ต่อมาในปี 2559 เธอก็ได้รู้จักกับผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อ โทเบียส แบรดิก ซึ่งไม่มีอะไรมากไปกว่าคนรู้จักออนไลน์ หรือเพื่อนคนหนึ่ง ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ตอนนั้นโทเบียสก็แต่งงานแล้ว แต่เขาก็กลายมาเป็นคนโสดไม่นานหลังจากนั้น

       กระทั่งปีต่อมา ลิตเติ้ล แบร์ ได้ระบายความรู้สึกลงในกรุ๊ปดังกล่าว เล่าเกี่ยวกับตัวเองว่าเธอเป็นผู้หญิงมีหนวดเครา เธออยากมีคนรัก แต่มันคงยากที่จะหาสักคนที่รับได้ และประมาณ 1 ชั่วโมงหลังจากที่โพสต์ โทเบียสก็ได้ทักเข้ามาคุยกับลิตเติ้ล แบร์ และทั้งคู่ก็เริ่มคุยกันจริงจังหลังจากนั้น

       หลังจากที่คุย ๆ กันไปพักใหญ่ ทั้งคู่ก็ได้นัดพบเจอกันเป็นครั้งแรกที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พวกเขาเข้ากันได้ดีมาก โทเบียสอายุมากกว่าลิตเติ้ล แบร์ 9 ปี เขาไม่มีปัญหาอะไรกับผู้หญิงขนดก หรือมีหนวดเครา มันไม่สำคัญสำหรับเขา เพราะเขาแฮปปี้กับความเป็นตัวเธอมากกว่าสิ่งอื่นใด ทั้งคู่ใช้ชีวิตกันในฐานะคนรัก เติมเต็มซึ่งกันและกันอย่างมีความสุข แม้ว่าจะคบกันแบบยินดีกับความสัมพันธ์แบบเปิด แต่พวกเขาก็รักกันมาก จนไม่มีใครเข้ามาแยกจากกันได้ 

 “ฉันเป็นชาวคริสต์ค่ะ ส่วนโทเบียสเป็นคนที่นับถือลัทธิบูชาซาตาน มันอาจจะฟังดูเป็นสองสิ่งที่แปลกประหลาดและต่างกันมาก แต่พวกเราทั้งสองคนมีมุมมองการใช้ชีวิตที่เหมือนกัน ฉันกับเขาเชื่อว่าคนเราสามารถมีคนรักหลาย ๆ คนในเวลาเดียวกันได้ มันก็เหมือนกับการรักลูก ๆ หรือรักเพื่อนหลาย ๆ คน”

       “ตอนที่เราพบกันครั้งแรก เราทั้งคู่รู้สึกเหมือนกันว่าเราได้พบคนที่ใช่ของชีวิตแล้ว ฉันคิดว่าโทเบียสเคารพตัวฉัน ที่เปิดเผยหนวดเคราของตัวเอง และรับมันมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของฉัน รวมทั้งส่วนหนึ่งในความเป็นผู้หญิงของฉันด้วย สำหรับฉันแล้ว ฉันเองก็รับรู้ได้ในทันทีว่าเขาเป็นคนจิตใจอ่อนโยนมาก และเขาเองก็หล่อด้วย” ลิตเติ้ล แบร์ กล่าว 

สาวขนดกมีเครา

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Little Bear Bradick
       ลิตเติ้ล แบร์ ย้ายไปอยู่กับโทเบียสที่เมืองทาโคมา ใช้ชีวิตอย่างชื่นมื่นกับเขา ซึ่งเธอก็ไม่เคยคาดคิดว่าเธอจะได้พบเจอคนที่ใช่สำหรับเธอขนาดนี้ และในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 ลิตเติ้ล แบร์ และ โทเบียส ก็จูงมือเข้าพิธีวิวาห์ โดยเป็นการทำพิธีสองแบบ คือแบบคริสเตียน ตามความเชื่อของเจ้าสาว และแบบบูชาซาตาน ตามความเชื่อของเจ้าบ่าว มันเป็นงานแต่งงานเล็ก ๆ มีเพื่อนสนิทและครอบครัวมาร่วมยินดีประมาณ 40 คน ท่ามกลางบรรยากาศแสนสุข ทุกคนต่างก็แฮปปี้กับคู่บ่าวสาว 

       “คนเป็นคริสเตียนกับคนบูชาซาตานแต่งงานกัน มันอาจดูไปด้วยกันยาก และคงมีแต่ปัญหา แต่เราทั้งสองคนเคารพในความเชื่อของกันและกัน และการแต่งงาน มันเป็นเรื่องความรักของคนสองคนค่ะ นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด” ลิตเติ้ล แบร์ กล่าว

สาวขนดกมีเครา

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Tobias Bradick

สาวขนดกมีเครา

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Little Bear Bradick

สาวขนดกมีเครา

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Little Bear Bradick

สาวขนดกมีเครา

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Little Bear Bradick

สาวขนดกมีเครา

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Little Bear Bradick

สาวขนดกมีเครา

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Little Bear Bradick

สาวขนดกมีเครา

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Little Bear Bradick

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail

About นู๋เบ้น แอดมินเว็บ

View all posts by นู๋เบ้น แอดมินเว็บ →

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *