สลดลูกตายคาท้อง! สาวจะคลอด ร้องเรียก พยาบาลนอนเฉยบอกให้ทนเอา

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail

วันที่ 6 ธันวาคม 2561 – 07:53 น.พ่อ-แม่ สุดเศร้า! อุ้มกรอบรูปภาพถ่ายของลูกชายวัย 9 เดือน ร้องขอความเป็นธรรม หลังเจ็บท้องรอคลอด เห็นลูกดิ้นผิดปกติ ตะโกนเรียกพยาบาลที่ดูแล แต่กลับไม่ลุกมาดู สุดท้าย รกพันคอ ลูกตายคาท้อง สุดช้ำเจ็บปวดกับคำพูดของพยาบาล เผยอยากเตือนไว้เป็นอุทาหรณ์

ลูกตายคาท้อง / เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากพ่อแม่คู่หนึ่ง ที่ใช้เวลาในการอุ้มท้องลูกน้อยมา 9 เดือน อีกไม่กี่ชั่วโมงจะได้เห็นหน้าลูกชาย เพื่อต้อนรับสู่ครอบครัว ท้ายที่สุดกลับต้องเสียน้ำตาและทำใจไม่ได้ เมื่อได้รับแจ้งว่าลูกน้อยรกพันคอเสียชีวิตในท้อง ก่อนจะได้รับคำตอบจากแพทย์ว่าเป็นเหตุการณ์สุดวิสัย เพราะทางครอบครัวมองว่าการสูญเสียที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เกิดจากความไม่รับผิดชอบของคนเพียงคนเดียว จึงต้องการร้องขอความเป็นธรรม

หลังทราบเรื่องที่เกิดขึ้น จึงลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงภายในหมู่ที่ 9 ต.ทุ่งหลวง จ.ราชบุรี โดยได้พบกับ น.ส.ปริชาติ บัวทอง อายุ 41 ปี และนายวิเชียร ปานดาทอง อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นพ่อแม่ของ ด.ช.อภิวัฒน์ วัย 9 เดือน ผู้เสียชีวิต ที่ยังคงอยู่ในอาการโศกเศร้าหลังเพิ่งทำพิธีฌาปนกิจศพลูกชายได้เพียงวันเดียว

น.ส.ปริชาติ กล่าวว่า วันนี้ตนยังคงอยู่ในสภาพความเสียใจเหมือนใจแทบขาดสลาย ส่วนสามียังทำใจไม่ได้ และขอไม่พูดอะไร แม้ก่อนหน้านี้ตนจะเคยมีลูกมีครอบครัวมาแล้ว แต่พอมาเริ่มต้นใหม่กับ นายวิเชียร ลูกคนนี้ถือเป็นลูกชายคนแรกที่เป็นความหวังของครอบครัว ช่วงตั้งครรภ์ตนก็คอยดูแลประคบประหงมอย่างดี ไปตรวจสม่ำเสมอ ไม่เคยพบความผิดปกติใดๆ

น.ส.ปริชาติ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 09.00 น. จู่ๆ ตนรู้สึกปวดท้อง จึงรีบเดินทางไปโรงพยาบาลประจำอำเภอแห่งหนึ่งในจ.ราชบุรี โดยพยาบาลห้องคลอดเวรเช้าบอกว่า ปากมดลูกเปิดไม่เยอะ แต่ตนรู้สึกเจ็บท้องถี่มากขึ้นทุก 15-20 นาที โดยที่พยาบาลก็เข้ามาตรวจ และบอกว่าปากมดลูกยังเปิดไม่เยอะ ต้องทำเป็นขั้นตอน

น.ส.ปริชาติ กล่าวอีกว่า ตนรอจนถึงเวลา 03.00 น.ของวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งรู้สึกเจ็บท้องมากขึ้นและน้ำเริ่มเดินแล้ว ซึ่งขณะนั้นลูกยังปกติดิ้นดี จนเวลา 04.00 น. รู้สึกน้ำเดินมากขึ้นและเริ่มมีความรู้สึกผิดปกติของลูกที่ดิ้นแรง และท้องเกร็งแข็ง ก่อนจะค่อยๆเงียบลง ซึ่งตนได้ตะโกนเรียกพยาบาล ซึ่งตนเรียกพยาบาลคนนี้ว่า “หมอหนูเจ็บท้องมากแล้วนะ หนูไม่ไหวแล้วนะ ส่งตัวหนูไปโรงพยาบาลราชบุรีที” ซึ่งพยาบาลคนดังกล่าวก็ตอบกลับมาว่า “ใบส่งตัวไม่ได้กันมาง่ายๆหรอก เพราะโรงพยาบาลราชบุรีไม่ได้รับคนง่ายๆ และนี่มันก็ดึกแล้ว”

น.ส.ปริชาติ กล่าวว่า ตนจึงบอกไปอีกว่า “หนูเจ็บไม่ไหวแล้วนะ” แต่พยาบาลก็พูดกับตนว่า “ทำยังไงได้ก็ต้องทนเอา” ซึ่งลักษณะของพยาบาลเวลานั้นไม่ได้ลุกขึ้นมาพูดกับตนที่ข้างเตียง แต่เป็นการนอนพูดอยู่กับเตียงที่เขานอนอยู่ ซึ่งก็อยู่ตรงข้ามกับเตียงของตน กระทั่งเวลา 05.00 น. พยาบาลได้เดินทางเข้ามาตรวจดูปรากฏว่า เด็กไม่หายใจแล้ว จึงรีบตามหมอเข้ามาดู

“เมื่อแพทย์เข้ามาและอัลตร้าซาวด์ครรภ์ดูก็พบว่า เด็กไม่หายใจแล้ว ซึ่งขณะนั้นเวลาประมาณ 06.00 น. ก่อนที่จะให้พยาบาลไปตามพ่อของลูกมา ซึ่งสามีมาตั้งแต่เวลา 04.00 น. แต่เขาไม่ให้เข้า ก่อนจะไปตามมาและแจ้งว่าเด็กเสียชีวิตในครรภ์ ตนจึงถามหมอกลับไปว่า “ทำไมตอนตี 4 ตนเจ็บท้องหนักทำไมไม่ส่งไปที่โรงพยาบาลราชบุรี ทำไมไม่ลุกขึ้นมา ทำไมไม่ช่วยหนู แล้วเอาแต่นอน ห่วงนอนทำไม” น.ส.ปริชาติ กล่าว

น.ส.ปริชาติ กล่าวว่า กระทั่ง ตนและครอบครัวนำศพกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านและเวลาเพียง 3 วัน ก่อนจะมีพิธีฌาปนกิจศพเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดเรื่องมีหัวหน้าพยาบาลมากัน 3-4 คน มาช่วยเงินสดในการทำศพ 5,000 บาท และมาเป็นเจ้าภาพงานศพ ส่วนในวันเผาไม่มีใครมาเลย โดยเฉพาะพยาบาลที่ทำให้ลูกเสียชีวิตไปก็ไม่มา

“ตรงนี้ตนก็ไม่ได้เรียกร้องอะไร เพียงแต่อยากออกมาเตือนเป็นอุทาหรณ์ พยาบาลต้องดูแลผู้ป่วย ถ้าเข้ามาดูแลตนหรือเห็นความผิดปก จะได้ไม่เกิดการสูญเสีย ที่ช้ำใจหนักคือ คำพูดของพยาบาลที่พูดว่า “ทำยังไงได้ก็ต้องทนเอาสิ” จนวันที่ลูกเสีย เขาก็ยังไม่มาเยี่ยมไม่มาร่วมงานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตอนนั้นตนและสามีรู้สึกเหมือนชีวิตพังทลาย พูดไม่ออก ทุกครั้งที่เห็นรูปก็เจอภาพเจ็บปวด” แม่ของผู้ตาย กล่าว

ด้าน นายวิเชียร กล่าวยอมรับว่า ตนเห่อมาก กะว่าจะตั้งชื่อลูกชายว่า “น้องโฮม” ชื่อจริงว่า “อภิวัฒน์” ไม่นึกว่าจะไม่มีโอกาสแม้แต่ได้เรียกชื่อลูก ตอนนี้พูดไม่ออกได้แต่เครียด แทนที่จะได้อุ้มลูก กลับมาอุ้มโรงศพลูกแทน ซึ่งหลังจากจัดงานศพให้ลูกชาย ข้าวของที่เตรียมจะรับขวัญลูก ก็บริจาคให้กับคนอื่น เพื่อที่จะทำบุญให้กับดวงวิญญาณของลูก และไม่อยากจะเก็บไว้ให้สะเทือนใจ

 

ขณะที่ นางประมวล บัวทอง อายุ 65 ปี กล่าวว่า ตนอยากฝากถึงคนทั่วไปที่จะเข้าไปในโรงพยาบาลประจำอำเภอแห่งหนึ่ง อยากให้หมอดูแลให้มากกว่านี้ เพราะทำไมปล่อยปละละเลยทำให้เด็กเสียชีวิต เด็กถึงยังไม่เกิดเขาก็มีชีวิตเป็นมนุษย์เหมือนกันให้ช่วยดูแล ที่ทราบเรื่องเพราะขณะนั้นจะเข้าไปหาลูกสาวเวลา 08.00 น.

นางประมวล กล่าวต่อว่า ลูกเขยก็เดินมาบอกว่าเด็กเสียแล้ว เราก็ใจไม่ดี เพราะเด็กเสียมา 1 ชั่วโมงกว่าแล้ว เราก็กลัวลูกสาวเป็นไรไปด้วย ตนก็เข้าไปถามหมอ ก็ได้รับคำตอบว่าต้องทำตามขั้นตอนไปก่อน เราก็ว่ากลับไปว่าเด็กเสียแล้วนะ แล้วจะยังทำตามขั้นตอนอีกหรือ จนกระทั่ง 09.00 น. ตนเห็นว่านานมากจึงทนไม่ไหวจะเข้าไปดูลูกสาวเพราะเป็นห่วง แต่พยาบาลกลับปฏิเสธ บอกให้เราออกไปก่อน เดี๋ยวเร่งน้ำเกลือแล้วจะรีบนำเข้าห้องคลอดเลย

“ซึ่งในกรณีที่ตนถามไปว่า ทำไมตอนที่ชีพจรของเด็กจะเต้นอ่อนลง ทำไมไม่ส่งตัวลูกสาวไปโรงพยาบาลราชบุรี ที่ช้ำใจสุดๆคือการได้รับคำตอบว่า “ถึงส่งไปก็ตายอยู่ดี” คนก็เลยถามกลับไปด้วยความโกรธว่าถ้ามีถึง 5 ราย จะไม่ตายหมดทั้ง 5 รายเลยหรือ เขาก็นั่งอึ้งและก็ตอบมาว่า “พูดไปก็ไม่เข้าใจ” จากนั้นเขาก็ไม่พูดกับตนอีกเลย” นางประมวล กล่าว

นางประมวล กล่าวต่อว่า เมื่อตนเข้าไปพบหมอ เขาก็อธิบายกรณีนี้ว่า รกพันคอเด็ก เหมือนการผูกคอตาย ตนจึงถามหมอกลับไปว่า “ถ้าเห็นคนผูกคอตาย แล้วคุณหมอจะดูเขาผูกคอตายไปต่อหน้าต่อตาหรือ” และเขาก็ตอบกลับมาว่าอธิบายยาก

นางประมวล กล่าวอีกว่า ตนก็ไม่ได้อยากจะไปเรียกร้องเขา ซึ่งหลังจากที่เรานำศพกลับมาที่บ้านแล้ว พยาบาลคนนั้นก็ไม่มางานศพแม้แต่อย่างไร งานศพกลางก็ไม่มา เพียงแค่เข้ามาขมาศพ ถ้าเป็นคนที่มีจรรยาบรรณ วันเผาว่าจะมาเผาศพน้อง ก็ไม่มากัน กรณีนี้ตนไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น เพราะมันสูญเสียไปแล้ว เพียงแต่อยากให้เป็นอุทาหรณ์ต่อคนทั่วไป อย่าไปทำอย่างนี้อีก เขามีชีวิตเหมือนกัน

เบื้องต้นทราบว่า ครอบครังของเด็กน้อยผู้เสียชีวิตกำลังรอการดำเนินการตามสิทธิ์ ที่ทางโรงพยาบาลดำเนินการให้ คือ มาตรา 41 การยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น กรณีผู้รับบริการได้รับความเสียหาย จากการเข้ารับบริการ (มาตรา 41) พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ซึ่ง เกณฑ์การพิจารณาเงินช่วยเหลือ (1) เสียชีวิตหรือทุพพลภาพอย่างถาวร ตั้งแต่ 240,000 ไม่เกิน 400,000 บาท (2) สูญเสียอวัยวะหรือพิการ ตั้งแต่ 100,000 ไม่เกิน 240,000 บาท (3) บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยต่อเนื่อง ไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งญาติยังคงรอจากทางเจ้าหน้าที่ที่แจ้งว่าจะเข้ามาดำเนินการให้

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail

About น้องเอส แอดมินเว็บ

View all posts by น้องเอส แอดมินเว็บ →

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *