“มะปราง” ยุติสัมพันธ์ “อัทธ์” รัก 5 ปีต้องจบ ถูกจับโยงเพราะครอบครัวไม่ปลื้ม

Facebooktwitterredditpinterestlinkedinmail

ต้องยุติความสัมพันธ์ลงหลังจากที่คบหาดูใจกันมานานถึง 5 ปี สำหรับคู่ของนักแสดงสาว มะปราง-วิรากานต์ เสณีตันติกุล กับแฟนหนุ่ม อัทธ์ อังค์กูณฑ์ หรือ อัทธ์ Yes’sir Days ทำเอาแฟนคลับต่างแอบตกใจไม่น้อย เพราะความรักของคู่นี้ลงตัวมาตลอด

ล่าสุด มะปราง ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก โดยเจ้าตัวเผยว่า การเลิกราครั้งนี้เป็นการตกลงกันทั้งสองฝ่าย ทุกอย่างจบลงด้วยดี ซึ่งฝ่ายชายยังคอยปลอบเธอก่อนจากกันด้วยซ้ำ พร้อมยืนยันไม่เกี่ยวกับเรื่องครอบครัวไม่ปลื้มแน่นอน ทุกวันนี้ยังคงรักอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่เปลี่ยนสถานะของกันและกันเท่านั้นเอง

ถามถึงเรื่องที่เลิกรากับพี่อัทธ์ ?
“ใช่ค่ะ เลิกกันแล้ว จริงๆ สาเหตุมาจากที่เราสองคนคุยกันไว้ตั้งแต่แรก มีข้อตกลงอะไรบางอย่างกันไว้ ที่ผ่านมาพยายามมองข้ามปัญหาไปเรื่อยๆ อยู่ด้วยกันมันดีและมีความสุข แล้วก็บอกว่าปัญหาพวกนั้นมันไม่มีอะไรหรอกมั้ง แต่พอวันหนึ่งที่เราอยากข้ามสเต็ป แต่กลับข้ามไม่ได้ จริงๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นมันไม่หนัก แต่มันไปต่อไม่ได้”

ใครเป็นฝ่ายตัดสินใจถอยก่อนหรือทำผิดข้อตกลง ?
“ไม่มีใครทำผิดข้อตกลงค่ะ แค่ไม่ไปถึงจุดที่จะข้ามสเต็ปต่อไปได้ ไม่มีฝ่ายไหนตัดสินใจก่อน แต่คุยกันแล้วว่าถ้าเกิดเป็นแบบนี้ต่อไปยังไงก็ข้ามสเต็ปไม่ได้ สเต็ปที่ว่านั้นก็คือการแต่งงาน ที่ผ่านมาเชื่อว่าเขามองอนาคตร่วมกันกับเราแน่นอน พี่อัทธ์เป็นคนดีและน่ารัก ไม่งั้นไม่คบมา 5 ปีขนาดนี้ แต่ตอนนี้เราโตแล้ว ไม่ใช่แค่คบกันแบบว่า เฮ้ย! ไปเที่ยวกันเหอะ เราก็เลยรู้สึกว่าจะไม่ถ่วงเวลากัน”

รักหวานมาตลอด มาสะดุดที่อะไร ?
“มันมีปัญหาอยู่ของเราสองคน พยายามแก้ปัญหานี้ทุก แต่แก้ไม่ได้ แล้วไม่ใช่เรื่องใหญ่ แค่ว่าข้ามไม่ได้”

หลายคนบอกว่าครอบครัวเราไม่ปลื้มฝ่ายชาย ?
“ถ้าไม่ปลื้ม พี่อัทธ์ไม่สามารถมาเข้าออกบ้านเราได้ถึง 5 ปีหรอกค่ะ ไม่เกี่ยวกับครอบครัวเลย ที่บ้านเราเป็นครอบครัวใหญ่ด้วย ทุกคนเอ็นดูเขา ลองถามเขาดูก็ได้ วันที่เลิกกันก็ตกลงกันต่อหน้า พี่อัทธ์น่ารักและปลอบใจเราด้วยซ้ำ”

จุดแตกหักที่ทำให้ไปต่อไม่ได้ ?
“เราโตขึ้นค่ะ จุดที่ทำให้เรารีบตัดสินใจนิดหนึ่งคือคุณแม่เป็นโรคกระดูกพรุน เลยรู้สึกว่าตัวเองต้องรีบก้าวไปข้างหน้าเพื่อต้องดูแลแม่ให้ดีที่สุด การตัดสินใจนั้นก็เสียใจทั้งสองฝ่าย วันนั้นที่คุยกันเราเฮิร์ตมากกว่า แล้วต้องปรบมือให้พี่อัทธ์ด้วย ถ้าไม่มีเขาคงผ่านวันนั้นมาไม่ได้ เขาไม่ร้องและตบไหล่เราด้วยซ้ำ แต่ว่าเราล้มก็ต้องรีบลุกเนอะ ฝากบอกพี่อัทธ์ด้วยว่าเราต้องรีบลุก”

ทำไมการที่เราจะก้าวไปข้างหน้า แล้วถึงไม่มีเขา ?
“มันมีเหตุผลค่ะ ซึ่งมันเป็นการตัดสินใจที่ยาก 5 ปีที่ผ่านมาเราไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเสียเวลากับเขาเลยแต่มีความสุขมาก ทุกวันนี้ก็ห่วงพี่อัทธ์มากๆ อยากให้เขามีชีวิตต่อไปที่ดีงาม คิดบวกต่อไปเรื่อยๆ เชื่อว่าเขาต้องเจอคนที่ดี แต่ที่เราดูแลเขาไม่ได้เพราะเราต้องดูแลแม่ของเราค่ะ”

โอกาสที่จะกลับมามีไหม ?
“ไม่มีค่ะ ณ ตอนนี้ยังไม่เปิดโอกาสด้วยค่ะ เราก็เดินต่อไปข้างหน้า อีกอย่างเชื่อว่าความรักสามารถเปลี่ยนเป็นรูปแบบอื่นได้ค่ะ เรารักเขาเท่าเดิม แต่ไม่ใช่แบบเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่ถ้าเขาเดือดร้อนเราก็พร้อมดูแล หรือถ้าเขามีคนอื่นเราก็ยินดี ดีใจด้วยค่ะ ส่วนเราตอนนี้ให้ครอบครัวยืนหนึ่ง แล้วก็คนที่จะเข้ามาเป็นคนต่อไปก็ต้องขอให้เขารักครอบครัวเรามาก”

พูดแบบนี้หลายคนจะเข้าใจว่าท้ายที่สุดก็เกี่ยวกับครอบครัว ?
“ไม่ค่ะ พอยต์ที่ตัดสินใจแบบนี้เพราะเราอยากดูแลตัวเองให้ดี เพื่อที่จะดูแลครอบครัวให้ดีค่ะ เพราะที่ผ่านมาเราดูแลกันและกันสองคน”

มะปราง - อัทธ์
Facebooktwitterredditpinterestlinkedinmail

About นู๋เบ้น แอดมินเว็บ

View all posts by นู๋เบ้น แอดมินเว็บ →

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *