ปิดตำนาน “มือปราบไอ้ด่างบางมุด” จระเข้กินคนเสียชีวิตด้วยวัย 86 ปี

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail

สิ้นตำนานนายทหารมือปราบ “ไอ้ด่างบางมุด” จระเข้ยักษ์กินคนหลายศพแห่งคลองบางมุด จ.ชุมพร กลายเป็นข่าวโด่งดังและถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์

เมื่อเวลา 15 .00 น. (29 เม.ย.61) นายวัชรินทร์ สุวพิศ ปลัดอบต.สะพลี อ.ปะทิว แจ้งผู้สื่อข่าวว่า ศพของ พ.ต.จำนงค์ พิมาน อายุ 86 ปี ซึ่งเป็นมือปราบ “ไอ้ด่างบางมุด” ผู้โด่งดังทั่วประเทศไทย ได้เสียชีวิตด้วยโรคชรา ตั้งศพบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัดบ้านนา ตำบลบ้านนา อ.เมือง จ.ชุมพร จึงเดินทางไปที่วัดดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวพบกับ นายสัณธยา พิมาน อายุ 55 ปี หัวหน้าฝ่ายก่อสร้างและช่างบำรุง อบจ.ชุมพร บุตรชายของ พ.ต.จำนงค์ มือปราบจระเข้ยักษ์ “ไอ้ด่างบางมุด” เปิดเผยว่า พ.ต.จำนงค์ อายุ 86 ปี บิดาตนเสียชีวิตด้วยโรคชราเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2561 ตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดครบ 7 วันแล้ว จะทำการฌาปนกิจศพในวันพรุ่งนี้ (30 เม.ย.61 ) บิดาตนอดีตเคยไปรบในสงครามเวียดนาม และครั้งสุดท้ายพ่อเป็นทหารยศสิบเอกไปรบกับกองกำลังคอมมิวนิสต์ที่ภูเขาช่องช้าง จ.สุราษฏร์ธานี บิดาตนโดนระเบิดร่างลอยกระเด็นมีทหารเสียชีวิต 5 ศพ ส่วนบิดาตนได้รับบาดเจ็บที่ผ่าเท้าทั้ง 2 ข้าง และแพทย์ต้องตัดขาขวาทิ้ง เป็นคนพิการและได้รับเลื่อนยศเป็น พ.ต.จำนงค์ พิมาน แล้วปลดประจำการเป็นทหารผ่านศึก กลับมาอยู่บ้านกับครอบครัวจนวาระสุดท้ายเสียชีวิตด้วยโรคชรา

นายสัณธยา กล่าวว่า ช่วงปี พ.ศ.2507 ที่บิดาตนไล่ล่าฆ่า “ไอ้ด่างบางมุด” จระเข้ยักษ์กินคนจนเป็นข่าวใหญ่โตในช่วงนั้น และได้นำเรื่องราวไปสร้างเป็นภาพยนตร์ฉายไปทั่วประเทศ กลายตำนานที่ยังเล่าขานมาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 54 ปีแล้ว ซึ่งตอนนั้นตนยังเป็นเด็กเล็กอยู่ วันนี้ท่านได้จากไปแล้วตนรู้สึกภูมิใจในตัวท่านมากที่เป็นวีรบุรุษมือปราบจระเข้ยักษ์ไอ้ด่างบางมุดได้สำเร็จ ทำให้ชาวบ้านไม่ต้องมาตายเพราะถูกจระเข้กินและทำร้ายอีก

นางสังวาลย์ พิมาน อายุ 81 ปี ภรรยาของ พ.ต.จำนงค์ กล่าวว่าสามีจะรักตนและครอบครัวมาก ส่วนวันที่ไปตามล่า “ไอ้ด่างบางมุด” พ.ต.จำนงค์ได้ชวนหลานชายออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้า หลังจากนั้นก็มารู้อีกทีว่าสามีได้ฆ่า “ไอ้ด่างบางมุด” ตายไปแล้ว ทุกครั้งที่สามีตนออกศึกเขาจะเชื่อในเรื่องโชคลางของขลัง ต้องห้อยพระเกจิดังและเครื่องรางของขลังถึง 2 พวงด้วยกัน โดยพระเครื่องและเครื่องรางทั้ง 2 พวงที่ห้อยคออยู่ประจำนั้นได้ขาดหายไปในช่วงที่ออกศึกสู้รบกับคอมมิวนิสต์ที่เขาช่องช้าง จ.สุราษฏร์ธานี แล้วโดนระเบิดร่างลอยกระเด็นจนสร้อยคอทั้ง 2 เส้นขาดหายไป ซึ่งตัวเองได้รับบาดเจ็บที่ขาและต้องตัดขาขวาในเวลาต่อมา ส่วนเพื่อนทหารเสียชีวิตไปหลายนาย

ด้าน นายเสมา พิมาน อายุ 69 ปี ลูกชายเหยื่อ “ไอ้ด่างบางมุด” รายสุดท้าย กล่าวว่า บิดาตนชื่อนายซ้วน พิมาน เป็นพี่ชายของ พ.ต.จำนงค์ พิมาน ซึ่งบิดาตนเป็นเหยื่อรายสุดท้ายที่ถูกไอ้ด่างบางมุดฆ่าและลากร่างลงไปในคลอง เนื่องจากวันนั้นบิดาตนเดินทางกลับบ้านมืด เมื่อมาถึงสะพานซึ่งเป็นสะพานไม้มีแคบๆ ข้ามคลองและถูกน้ำท่วมขังถึงเข่าเพราะฝนตกน้ำหลาก ขณะเดินข้ามมาถึงกลางสะพานได้ถูกไอ้ด่างจู่โจมกัดที่ขาแล้วลากลงไปในคลอง ต่อมาญาติและชาวบ้านตามหา พบศพถูกกัดลากไปขัดไว้กับรากไม้ใต้น้ำมีบาดแผลถูกกัดหลายจุด

ต่อมา ส.อ.จำนงค์ (ยศขณะนั้น) เป็นทหารอยู่ในค่ายเขตอุดมศักดิ์ จังหวัดทหารบกชุมพร ซึ่งเป็นน้องชายของนายซ้วนผู้ตาย ได้พาหลานชายและเพื่อนทหารออกไล่ล่า “ไอ้ด่างบางมุด” จนพบตัวแล้วใช้ระเบิดปาใส่ ลูกแรกพลาดเพาะมันไหวตัวหลบไปได้ แต่เจอซ้ำลูกที่ 2 ทำให้มันจบชีวิตลงจนปิดตำนานเพชฌฆาต “ไอ้ด่างบางมุด” ที่ชาวบ้านหวาดกลัวอย่างมากในยุคนั้นได้ในที่สุด

สำหรับประวัติ “ไอ้ด่างบางมุด” จระเข้ยักษ์กินคนแห่งคลองบางมุด ตำบลนาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร มันออกอาละวาดทำร้ายและกินมนุษย์มาแล้วไม่น้อยกว่า 6 ศพ ในช่วงปี พ.ศ.2507 มันอาศัยกบดานอยู่ในคลองบางมุด ตำบลนาขา อ.หลังสวน ซึ่งเป็นคลองใกล้ทะเลเชื่อมต่อหลายท้องที่ จนกลายเป็นที่หวาดกลัวของชาวบ้านอย่างมาก และหนังสือพิมพ์ในยุคนั้นได้ลงข่าวพาดหัวใหญ่โต จนมีการตั้งค่าหัวรางวัลนำจับทำให้มีนักล่าจากทั่วสารทิศที่มากด้วยวิชาอาคมเวชมนต์คาถาในยุคนั้น นำอาวุธออกไล่ล่ามันมีทั้งมีด เหล็กแหลม ปืน และระเบิด นับสิบลูกปาใส่มัน แต่ “ไอ้ด่างบางมุด” ก็รอดไปได้ทุกครั้ง ขณะที่นักล่าบางรายต้องกลายเป็นผู้ถูก “ไอ้ด่างบางมุด” ล่ากินเป็นอาหารเสียเองด้วย ยิ่งทำให้ชาวบ้านหวาดกลัวมากขึ้นจนไม่มีใครกล้าออกไปไหนมาไหน

จนกระทั่งวันที่ 20 พ.ย.2507 ส.อ.จำนงค์ พิมาน พร้อมเพื่อนทหารและหลานชาย ได้ออกแกะรอยตามล่าตัวมันถึง 2 วันเต็ม จนรู้วังที่มันใช้กบดานในคลองบางมุด จึงได้ใช้ระเบิด TNT ที่ประกอบใส่ในกระป๋องจุดชนวนหย่อนลงไปในวังที่มันกบดานระเบิดลูกแรกทำงานพลาดเป้าจระเข้ยักษ์รู้ตัวพยายามจะว่ายน้ำหนี แต่ถูก ส.อ.จำนงค์ ปาซ้ำอีกลูกจนมันได้รับบาดเจ็บกระดูกสันหลังหักและสิ้นใจตายในเวลาต่อมา เมื่อนำตัวมันขึ้นมาและผ่าท้องต้องผงะไปตามๆ กันเมื่อพบหัวกะโหลกมนุษย์อยู่ในห้องมันถึง 2 หัวด้วยกัน

จากวันนั้นเป็นอันปิดฉาก “ไอ้ด่างบางมุด” จระเข้ยักษ์กินคน จนมาถึงวันนี้เวลาผ่านไปนานถึง 54 ปี เป็นวันปิดตำนาน พ.ต.จำนงค์ พิมาน ผู้พิฆาต “ไอ้ด่างบางมุด” ซึ่งได้เสียชีวิตด้วยโรคชราในวัย 86 ปี

ขอขอบคุณ sanook
Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail

About ์เนฟ แอดมินเว็บ

View all posts by ์เนฟ แอดมินเว็บ →

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *