เอกน้ำเต้า จ่อยิงหัวตัวเอง แต่ปืนด้าน ประกาศลั่น กูอยากโดนจับตาย ก่อนดวลเดือดตร.

Facebooktwitterredditpinterestlinkedinmail

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 ต.ค. ร.ต.อ.ณรงค์ศักดิ์ เทพจันตา รอง สว.(สอบสวน) สน.ปทุมวัน รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ตัวประกันภายในร้านเสริมสวยสุประวีณ์

ตั้งอยู่เลขที่ 185/15 ซอยพระรามที่ 6 ซอย 15 (วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร) ถนนพระราม 6 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยพ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น ผกก.สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ รอง ผกก.สส.สน.ปทุมวัน ร.ต.ท.อุเทน พินิจลึก รอง สว.สส.สน.ปทุมวัน ด.ต.สมศักดิ์ ศรีสง่า ผบ.หมู่ฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน และเจ้าหน้าที่สายตรวจสน.ปทุมวัน ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น ปลูกติดเรียงกันหลายคูหา บริเวณชั้นที่ 1 พบชายฉกรรจ์ทราบชื่อต่อมาคือนายเอกลักษณ์ หรือเอก ประดาอินทร์ ฉายาเอกน้ำเต้า อายุ 31 ปี ถืออาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด.38 ลูกโม่ ซึ่งอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง จับตัวประกันเป็นหญิงสาว 3 ราย ประกอบด้วยน.ส.สุพุด หลอดทอง อายุ 38 ปี ช่างเสริมสวย น.ส.สุดสาคร ปวงศิริ อายุ 35 ปี และน.ส.รุ้งนภา นวจิต อายุ 36 ปี ทั้ง 2 เป็นลูกค้าอยู่ในร้านทางเจ้าหน้าที่ต้องเร่งทำการเกลี้ยกล่อมโดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที คนร้ายจึงยอมปล่อยตัวประกันออกมา 2 ราย คือน.ส.สุพุด และน.ส.สุดสาคร โดยกักตัวประกันคือน.ส.รุ้งนภา เพียงผู้เดียวซึ่งอยู่ในอาการตกใจและมุดอยู่ใต้โต๊ะตลอดเวลา

            จากนั้นผ่านไปได้ประมาณ 10 นาที คนร้ายได้ออกมายืนที่หน้าประตูทางเข้า-ออก พร้อมทั้งโวยวายว่า “ถูกหักหลัง โดนตำรวจตามไล่ล่า และกูอยากโดนจับตาย” จนกระทั่งพบกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซุ่มดูสถานการณ์อยู่บริเวณชั้น 2 ภายในร้านรับซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามร้านจุดเกิดเหตุจึงยิงออกมานอกร้าน 1 นัด ก่อนหันกระบอกปืนทำท่าคล้ายจะยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่จึงถูกยิงสวนเข้าที่ต้นขาขวา จำนวน 1 นัดจังหวะนั้นคนร้ายจึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนที่เตรียมมาจ่อที่ศรีษะตนเอง ก่อนลั่นไกล แต่กระสุนเกิดด้าน คนร้ายจึงวิ่งออกมานอกร้านพร้อมทั้งยิงเปิดทางอีก 2 นัด แต่โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บระหว่างนั้นกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปิดล้อมอยู่ จึงยิงสวนไปถูกที่หน้าท้องของคนร้ายอีก 2 นัด จนนั่งล้มฟุบได้รับอาการบาดเจ็บจนถูกควบคุมตัวเอาไว้ได้พร้อมทั้งตรวจยึดอาวุธปืนก่อนทางเจ้าหน้าที่จะเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลหัวเฉียว เพื่อทำการรักษาอาการอย่างเร่งด่วนซึ่งขณะนี้พ้นขีดอันตรายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

                จากการสอบสวนนายสาคร แน่นอุดร อายุ 49 ปี ให้การว่า ตนประกอบอาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างอยู่ภายในซอยดังกล่าว โดยก่อนเกิดเหตุตนพบคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นแอร็อกซ์ 155 สีเขียว-ดำ ทะเบียน 6 กผ 1996 กรุงเทพ มาจอดที่หน้าร้านเสริมสวยก่อนเดินถืออาวุธปืนเข้าไปภายในร้าน ด้วยความตกใจจึงยืนดูสถานการณ์อยู่ตรงเสาไฟฟ้าฝั่งตรงข้ามร้านเสริมสวยห่างประมาณ 15-20 เมตร เมื่อผ่านไปได้สักระยะทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจได้มาถึงที่เกิดเหตุ 2 นาย พร้อมได้เจรจาให้วางอาวุธปืนก่อนคนร้ายได้ยิงปืนออกมานอกร้าน 1 นัด ก่อนจะยิงเปิดทางอีก 2 นัด โดยวิ่งออกจากร้านไปทางขวา จนถูกกำลังเจ้าหน้าที่ยิงสกัดจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

                    ด้านพ.ต.อ.ภพธร เปิดเผยว่า คนร้ายมีอาการเมายาเสพติดจนเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ประกอบกับไม่ได้นอนมาหลายวันจึงตัดสินใจก่อเหตุขึ้น ส่วนหญิงสาวตัวประกันที่พูดคุยกับคนร้ายนั้นก็ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน ซึ่งจากการซักถามตัวประกันได้การว่า พูดคุยกับคนร้ายว่าก่อเหตุเนื่องจากสาเหตุใดจนทราบภายหลังว่าขายยาบ้ากว่า 200 เม็ดและยาไอซ์อีกจำนวนหนึ่งแต่ถูกเพื่อนหักหลัง ทำให้เกิดความเครียดและคลุ้มคลั่ง โดยขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัด ต้องรอสอบปากคำหญิงสาวที่พูดคุยกับคนร้ายอีกครั้ง รวมทั้งสอบปากคำคนร้ายเพื่อสรุปหาสาเหตุของการก่อเหตุที่แท้จริงต่อไป

 

              รายงานข่าวเปิดเผยว่า เมื่อปี 47 ที่ผ่านมา นายเอกลักษณ์ ถูกดำเนินคดีในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ในพื้นที่สน.พญาไท ถูกตัดสินจำคุก 25 ปี 9 เดือน เมื่อพ้นโทษออกมาถูกดำเนินคดีในข้อหาจำหน่ายยาเสพติด พื้นที่สน.บางรัก ถูกตัดสินจำคุก 1 ปี 8 เดือน เมื่อพ้นโทษได้ 6 เดือน จึงมาก่อเหตุในครั้งนี้

Facebooktwitterredditpinterestlinkedinmail

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *